UNITED SECURITIES WEBSITE
etrade@unitedsec.com ฝ่ายค้าหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์   0-2652-8986  0-2654-7687
 
 
บริการเสริม
ปฏิทินวันหยุด
eForms Download
สมัครงาน
   Facebook  Twitter
ตัวอย่างการซื้อขาย
PDA
ดาวน์โหลด
Flash Player
Flash Player(PDA)
Adobe Reader
Adobe Reader(PDA)
JAVA Virtual Machine

  Streaming iPhone


1. ความรู้เบื้องต้น

    ตราสารอนุพันธ์ ( Derivative) คือ ตราสารทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือ เป็นตราสารที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง แต่มีมูลค่าขึ้นอยู่กับสินค้าอื่นที่ตราสารอนุพันธ์นั้นอ้างอิงอยู่ โดยสินค้าที่ตราสารอนุพันธ์อ้างอิง
จะเรียกว่า สินค้าอ้างอิง (Underlying Asset) ลักษณะเด่นของตราสารอนุพันธ์อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นตราสารที่มีอายุจำกัด เมื่อหมดอายุมูลค่าของตราสารนั้นๆ ก็จะหมดลงด้วย

    ตลาดอนุพันธ์ (TFEX) คือ ตลาดที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 เพื่อดำเนินการ เป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุน โดยเริ่มเปิดทำการซื้อขาย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ประเภทสินค้าที่สามารถจัดให้มีการซื้อขายได้ที่ บมจ. ตลาดอนุพันธ์ฯ ได้แก่ ฟิวเจอร์ส (Futures) ออปชัน (Options) และออปชันบนสัญญาฟิวเจอร์ส (Options on Futures) ของสินทรัพย์อ้างอิงประเภทต่าง ๆ ดังนี้

           อ้างอิงกับตราสารทุน ได้แก่ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ หลักทรัพย์
           อ้างอิงกับตราสารหนี้ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล อัตราดอกเบี้ย
           อ้างอิงกับราคาหรือดัชนีราคาอื่นๆได้แก่ ทองคำ น้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน

ประเภทของสินค้าที่ซื้อขายกันในตลาดอนุพันธ์
ตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายกันในตลาดเงินทั่วโลก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
           ฟิวเจอร์ส (Futures) คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ซื้อขายผ่านตลาดอนุพันธ์ที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดผู้ซื้อและผู้ขายมีพันธะต้องซื้อขายกันตามที่ตกลงในสัญญา
           ออปชั่น (Options) คือ สัญญาสิทธิที่ผู้ขายมีภาระต้องปฏิบัติตามพันธะในสัญญา ในขณะที่ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้
           ฟอร์เวิร์ด (Forward) คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าคล้ายกับฟิวเจอร์ส แต่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายกันนอกตลาดที่มีการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
           สวอป (Swap) คือ ข้อตกลงระหว่างบุคคลตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป ในการแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต


[กลับไปข้างบน]

2. ขั้นตอนการซื้อขาย

2.1 เปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัท โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดบัญชี
2.2 ในปัจจุบันตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายใน ตลาดอนุพันธ์มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ

       2.2.1 สัญญาฟิวเจอร์ส (Future) ได้แก่ SET50 Index Futures, Gold Futures และ Single Stock Futures ต้องวางเงินหลักประกันขั้นต้น ( Initial Margin) หรือหลักประกันที่ต้องมีก่อนที่จะส่งคำสั่ง
ซื้อขาย
       2.2.2 สัญญาออปชั่น (Option) ได้แก่ SET50 Index Options

         ในกรณีของผู้ซื้อ ต้องวางเงินสำหรับชำระค่า Premium ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อ โดยการขาดทุนสูงสุดของ
ผู้ซื้อจำกัดอยู่ที่ค่า Premium ดังนั้นผู้ซื้อจึงไม่ต้องวางหลักประกัน
         ในกรณีของผู้ขาย ต้องวางหลักประกันก่อนที่จะส่งคำสั่งขาย เนื่องจากกำไรจำกัดอยู่ที่ค่า Premium แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุนจำนวนมาก และถ้าหลักประกันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด จะต้องถูกเรียกให้นำเงินประกันมาวางเพิ่มเติม
2.3 ส่งคำสั่ง ซื้อ หรือ ขาย เพื่อเปิดสถานะสัญญา (Open position) โดยวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ ดัชนี เช่น ถ้านักลงทุนคาดว่า SET 50 Index มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ให้เปิดสถานะซื้อ (Open Long) แต่ถ้าคาดว่า SET 50 Index มีแนวโน้มลดลงให้เปิดสถานะขาย (Open Short)
   
2.4 ดำรงหลักประกันไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

         หลักประกันจะเปลี่ยนแปลงทุกๆ สิ้นวันทำการจากการทำ Mark to Market เพื่อรับรู้กำไรขาดทุน
         เปรียบเทียบกับระดับหลักประกันขั้นต้น (IM) และหลักประกันรักษาสภาพ (MM) ซึ่งเป็นหลักประกันที่ต้องดำรงไว้ นักลงทุนสามารถถอนเงินออกจากบัญชีได้ ในกรณีที่มีหลักประกันส่วนเกิน หรือ Excess Equity (EE) เหลืออยู่ (คำนวณจาก Equity Balance หักลบจากเงินวางประกันขั้นต้นหรือ Initial Margin ตามปริมาณสัญญาที่ถือค้างอยู่) หรืออาจจะต้องวางเงินประกันเพิ่มเติม ในกรณีที่ EE ติดลบ
    
2.5 หมั่นเช็คสถานะและวันหมดอายุ

         ถ้าต้องการปิดสถานะสัญญา (Offset Position) เพื่อรับรู้กำไร/ขาดทุน (Realized Profit/Loss) ก่อนสัญญาหมดอายุ ให้ส่งคำสั่งตรงข้ามกับสถานะที่ถืออยู่เดิม เช่น นักลงทุน ที่เปิดสถานะ Open Long ไว้ ต้องส่งคำสั่ง Close Short เพื่อปิดสถานะ ส่วนนักลงทุนที่เปิดสถานะ Open Short ไว้ ต้องส่งคำสั่ง Close Long เพื่อปิดสถานะ
         ในกรณีที่ถือสัญญาจนหมดอายุ ระบบจะทำการล้างสถานะให้โดยอัตโนมัติ โดยใช้ราคาที่ใช้ชำระราคาวันสุดท้าย (Final Settlement Price) มาใช้ในการคำนวณกำไร ขาดทุน

[กลับไปข้างบน]

 3. วิธีการซื้อขาย

    
3.1 เมื่อลูกค้าต้องการจะสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถทำได้ 3 ช่องทาง ดังต่อไปนี้
       3.1.1 ติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดของตนผ่านทางโทรศัพท์
       3.1.2 เขียนใบสั่งซื้อขายส่งให้เจ้าหน้าที่ห้องค้า
       3.1.3 ส่งคำสั่งด้วยตนเองทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซด์ของบริษัทฯ โดยลักษณะของคำสั่งต้องประกอบไปด้วย
                เลขบัญชีของนักลงทุน (Account Number)
                ต้องการ “ซื้อ” (Long) หรือ “ขาย” (Short)
                ต้องการ “เปิด” (Open) สถานะสัญญาใหม่ หรือ “ล้าง” (Close) สถานะสัญญาที่มีอยู่
                ต้องการ Futures ประเภทใด ที่สัญญาสิ้นสุดอายุเดือนใด / SET 50 Index Options รุ่นใด : Call หรือ Put
                ต้องการซื้อหรือขายที่กี่จุด (ราคา)
                ต้องการซื้อหรือขาย “จำนวน” กี่สัญญา
   
3.2 เมื่อบริษัทฯ ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบซื้อขายของตลาดอนุพันธ์ฯแล้ว ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำการจับคู่คำสั่งซื้อขายในตลาดโดยดูจากราคาและเวลาที่ดีที่สุดและจะยืนยันรายการซื้อขายให้กับบริษัทฯ ทราบเมื่อระบบทำการจับคู่ได้แล้วและบริษัทฯจะทำการแจ้งให้ลูกค้าทราบต่อไป
   3.3 สัญลักษณ์ และอักษรย่อที่ใช้ในการซื้อขาย
   
         ตารางสัญลักษณ์ของเดือนที่ครบกำหนดอาย
เดือน
สัญลักษณ์
January
F
February
G
March
H
April
J
May
K
June
M
July
N
August
Q
September
U
October
V
November
X
December
Z
    
    3.3.1 Futures มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันตามประเภทของสินค้าอ้างอิง ดังนี้
              Single Order
ส่วนที่ 1
SET50 Index
Single Stock
Gold
สินค้าอ้างอิง
ตัวอักษรที่ 1-3
ตัวอักษรที่ 1-6
ตัวอักษรที่ 1-2
อักษรย่อ
S50
ADVANC
GF
          ส่วนที่ 2
เดือนที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 4
ตัวอักษรที่ 7
ตัวอักษรที่ 3
อักษรย่อ
H / M / U / Z
G / J / M / Q / V / Z
          ส่วนที่ 3
ปีที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 5-6
ตัวอักษรที่ 8-9
ตัวอักษรที่ 4-5
อักษรย่อ
09 (ปี 2009)
          ส่วนที่ 4
สัญญาที่มีการปรับปรุง
ตัวอักษรที่ 10
อักษรย่อ
X
ตัวอย่าง
S50U09
PTTEPU09X
GFQ09
              Combination Order : เพิ่มส่วนที่เป็นเดือน และปีที่ครบกำหนดที่ต่างอายุกัน (สัญญาไกล)
ส่วนที่ 5
SET50 Index
Single Stock
Gold
เดือนที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 7
ตัวอักษรที่ 11
ตัวอักษรที่ 6
อักษรย่อ
H / M / U / Z
G / J / M / Q / V / Z
          ส่วนที่ 6
ปีที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 8-9
ตัวอักษรที่ 12-13
ตัวอักษรที่ 7-8
อักษรย่อ
10 (ปี 2010)
ตัวอย่าง
S50U09M10
ADVANCU09H10
GFQ09V09
    
    3.3.2 Options มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันตามประเภทของสินค้าอ้างอิง ดังนี้
ส่วนที่ 1
SET50 Index
สินค้าอ้างอิง
ตัวอักษรที่ 1-3
อักษรย่อ
S50
        ส่วนที่ 2
เดือนที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 4
อักษรย่อ
H / M / U / Z
        ส่วนที่ 3
ปีที่ครบกำหนดอายุ
ตัวอักษรที่ 5-6
อักษรย่อ
09 (ปี 2009)
        ส่วนที่ 4
ประเภท
ตัวอักษรที่ 7
อักษรย่อ
Call ( C ) / Put ( P )
        ส่วนที่ 5
ราคาใช้สิทธิ์
ตัวอักษรที่ 8-10
อักษรย่อ
400
ตัวอย่าง
S50H09C400
    
    3.4 ประเภทของการเสนอซื้อขาย (TYPE)
Limit Order
คำสั่งที่ระบุราคาและระยะเวลาที่แน่นอน
Market Price (MP)
การเสนอซื้อหรือขายที่ระบุให้มีการเสนอซื้อขายในทันที ณ ระดับราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
Hidden Order
1. การเสนอซื้อหรือขายที่แบ่งการซื้อขายออกเป็นจำนวนย่อยๆ และทยอยนำส่งเข้าสู่ระบบการซื้อขายโดยอัตโนมัติ
2. การเสนอซื้อขายในแต่ละครั้งต้องมีจำนวนอย่างน้อยตามที่ TFEX กำหนด (ผ่านอินเทอร์เน็ตครั้งละ 10 – 20 สัญญา เพิ่มได้ขั้นละ 1 สัญญา, ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดครั้งละ
10-100 สัญญา เพิ่มได้ขั้นละ 1 สัญญา)
Combination Order
1. การเสนอซื้อและ/หรือเสนอขายตั้งแต่2 สัญญาขึ้นไป
2. การเสนอซื้อและ/หรือเสนอขายต้องสามารถจับคู่ได้พร้อมกัน
3. การเสนอซื้อและ/หรือเสนอขายที่มีสินค้าอ้างอิงเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ และมีเดือนที่ชำระราคาหรือส่งมอบเดียวกันหรือต่างกันก็ได้
4. ให้ระบุราคาเป็นส่วนต่างระหว่างราคารุ่นไกลลบราคารุ่นใกล้ โดยมีค่าระหว่าง –10.0
ถึง +10.0 จุด
    
    การส่งคำสั่งแบบ Combination order

    
    

             เป็นการลงทุนแบบ Calendar Spread Trading โดยเก็งกำไรส่วนต่างการซื้อและขายสัญญา
ฟิวเจอร์ส ที่ต่างอายุกัน หรือ โดย Spread จะคำนวณจากราคา futures สัญญาไกล – สัญญาใกล้ และจะเสียค่าธรรมเนียมสูงกว่าแบบ Outright
    

              กรณี Long Combo GFG09J09 หมายถึง การ Open Long Gold Futures สัญญาเดือนไกล (APR09)และ Open Short สัญญาเดือนใกล้ (FEB09) โดย คาดว่า Spread จะกว้างขึ้น หรือบวกมากขึ้น
    

              กรณี Short Combo GFG09J09 หมายถึง การ Open Short Gold Futures สัญญาเดือนไกล APR09 และ Open Long สัญญาเดือนใกล้ FEB09 โดยคาดว่า Spread จะแคบลง หรือติดลบมากขึ้น
    

             ตัวอย่าง นักลงทุน Open Long Spread S50H08U08 จำนวน 5 สัญญา ที่ส่วนต่าง 0.7 ต่อมา ส่วนต่างเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 นักลงทุนจึง Close Short Spread S50H08U08 จำนวน 5 สัญญา เพื่อรับรู้กำไรที่
(1.5-0.7) * 1,000 * 5 สัญญา
= 4,000 บาท
    

             ทั้งนี้ ลูกค้า Internet สามารถส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Combination order ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป
    
    3.5 เงื่อนไขของการเสนอซื้อขาย (Validity)
FOK (Fill or Kill)
คำสั่งซื้อขายที่ส่งเข้าไปในระบบซื้อขาย หากจับคู่ซื้อขายไม่ได้เลยหรือได้บางส่วนไม่ครบตามคำสั่งที่ส่งไป ระบบจะยกเลิกการเสนอซื้อขายทั้งจำนวน
FAK (Fill and Kill)
คำสั่งซื้อขายที่ส่งเข้าไปในระบบซื้อขาย หากสามารถจับคู่ได้บางส่วนหรือไม่ สามารถจับคู่ได้เลย ก็ให้ยกเลิกคำสั่งซื้อขายส่วนที่ยังจับคู่ไม่ได้ทันที
Stop Limit Order
1. คำสั่งซื้อขายที่ให้การเสนอซื้อขาย ณ ราคาที่ระบุไว้มีผลในระบบการซื้อขายเมื่อราคาตลาดขณะนั้นเคลื่อนไหวมาถึงราคาที่กำหนด
2. เมื่อเงื่อนไขที่กำหนดเป็นจริงระบบจะนำ Limit Order เข้าสู่กระดานซื้อขาย
3. สามารถกำหนดเงื่อนไขแบบเฉพาะเจาะจง โดยพิจารณาจากราคาซื้อขายล่าสุด (last sale) ราคาเสนอซื้อสูงสุด (bid price) หรือราคาเสนอขายต่ำสุด
(ask price) ในขณะนั้น
ตัวอย่าง: SELL S50U08 427.50 ถ้า Bid <= 430 นั่นคือ กำหนด Trigger Point ที่ ราคา Bid <= 430 จุด ถ้าราคา Bid ของฟิวเจอร์สเดือนกันยายนตกลงน้อยกว่าหรือ เท่ากับ 430
เมื่อไหร่ ระบบจะส่งคำสั่งขาย S50U08 ที่ราคา 427.50 เข้าไปในระบบ
Stop Order
1. คำสั่งซื้อขายที่ให้การเสนอซื้อขาย ณ ราคาตลาดมีผลในระบบซื้อขาย เมื่อราคาตลาดขณะนั้นเคลื่อนไหวมาถึงราคาที่กำหนด
2. เมื่อเงื่อนไขที่กำหนดเป็นจริง ระบบจะนำ Market Order เข้าสู่กระดานซื้อขาย
3. มีประโยชน์ ในการช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากการซื้อขายฟิวเจอร์สได้ เช่น ถ้าซื้อฟิวเจอร์สไว้ที่ราคา 450 จุด ย่อมต้องการให้ราคาฟิวเจอร์สปรับตัวสูงขึ้นแต่ถ้าราคากลับปรับตัวลดลง กำไรที่คาดว่าจะได้ก็กลายเป็นขาดทุนได้ นักลงทุนสามารถจำกัดขาดทุนนี้ได้โดยการส่งคำสั่งขาย Stop Order เอาไว้
ตัวอย่าง:SELL S50U08 MP ถ้า Bid <= 430 นั่นคือ กำหนด Trigger Point ที่ราคา Bid <= 430 จุด ถ้าราคา Bid ของฟิวเจอร์เดือนกันยายนตกลงน้อยกว่าหรือเท่ากับ 430 เมื่อไหร่ ระบบจะส่งคำสั่งขายให้นักลงทุน ณ ราคาตลาดทันที
    
    3.6. หลักเกณฑ์ในการส่งคำสั่งซื้อขาย
    

           3.6.1 การส่งคำสั่งซื้อขายต่อหนึ่งครั้ง จะมีจำนวนเสนอซื้อหรือเสนอขายอย่างน้อย 1 สัญญา และสูงสุดตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละวิธี ดังนี้
ประเภทของอนุพันธ์
วิธีการส่งคำสั่ง
ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
ผ่านทาง Internet
SET50 Index Futures
ไม่เกินกว่า 100 สัญญา
ไม่เกินกว่า 100 สัญญา
Gold Futures
SET50 Index Options
ไม่เกินกว่า 500 สัญญา
ไม่เกินกว่า 500 สัญญา
Single Stock Futures
    
           3.6.2 ในแต่ละช่วงเวลาซื้อขาย ไม่อนุญาต ให้ส่งคำสั่งซื้อขายตามประเภทและเงื่อนไข ดังนี้
ช่วง Pre-Open ประเภท Combination order
การเสนอซื้อหรือเสนอขายทุกประเภทที่มีเงื่อนไขเป็น Fill or Kill (FOK)
ช่วง Morning /
Afternoon Session
ประเภท Combination order ที่มีเงื่อนไขเป็น Good till Date และ Good till Expiration
    

           3.6.3 การส่งคำสั่งซื้อขายประเภท Combination Order ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดและผ่านระบบ
อินเทอร์เน็ต สำหรับ Futures จะมีราคาเสนอซื้อหรือเสนอขายไม่เกินอัตราที่กำหนดดังต่อไปนี้
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ราคาเสนอซื้อหรือเสนอขายสูงสุด
SET50 Index Futures
ไม่เกิน ± 10 จุด จากส่วนต่างของราคาเพื่อใช้ในการชำระหนี้ประจำวันในวันทำการก่อนหน้าของ Series ที่ประกอบเป็น Combination Order
Single Stock Futures
ไม่เกิน ± 10 บาท จากส่วนต่างของราคาเพื่อใช้ในการชำระหนี้ประจำวันในวันทำการก่อนหน้าของ Series ที่ประกอบเป็น Combination Order
Gold Futures
ไม่เกิน ± 200 บาท จากส่วนต่างของราคาเพื่อใช้ในการชำระหนี้ประจำวันในวันทำการก่อนหน้าของ Series ที่ประกอบเป็น Combination Order
    

           3.6.4 ในกรณีที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย โดยให้ราคาเสนอซื้อหรือเสนอขายเปลี่ยนแปลงจากราคา ซื้อขายล่าสุด (Last Execution Price) เกินกว่าอัตราที่ตลาดอนุพันธ์กำหนด ระบบจะมีข้อความเตือนและนักลงทุนต้องยืนยันว่า ต้องการจะส่งคำสั่งซื้อขายในระดับราคาดังกล่าวจริง
ประเภทของอนุพันธ์
อัตราที่ตลาดอนุพันธ์กำหนด
SET50 Index Futures
± 5% ของราคาซื้อขายล่าสุด (Last Execution Price)
Single Stock Futures
Gold Futures
SET50 Index Options
± 5% ของราคาปิดของดัชนี SET50 ในวันทำการก่อนหน้า
    
           3.6.5 หลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ซื้อขายอนุพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
    

              หากเป็นการเสนอซื้อขายประเภท Market Order ในช่วง Morning Session และ Afternoon Session จะกระทำได้เมื่อราคาเสนอซื้อสูงสุดหรือราคาเสนอขายต่ำสุดในตลาดอนุพันธ์ในขณะนั้น เป็นราคาที่เปลี่ยนแปลงจากราคาซื้อขายล่าสุด (Last Execution Price) ไม่เกิน ± 5% ของราคาซื้อขายดังกล่าว
    

              ในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในวันทำการนั้น ให้ตรวจสอบการเสนอ ซื้อขายข้างต้นเทียบกับราคาเพื่อใช้ในการชำระหนี้ประจำวันของวันทำการก่อนหน้า (Previous Day Settlement Price) หรือราคาอ้างอิงที่ตลาดอนุพันธ์ประกาศกำหนดตามลำดับ
    
    3.7 การเปิด/ปิดสถานะสัญญา
    

        เมื่อทำการฝากเงินประกันเรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบวงเงินที่จะซื้อได้ที่ เมนู “Trading Portfolio” ในช่อง “Excess Equity” เพื่อคำนวณจำนวนสัญญาที่สามารถเปิดได้ ทั้งนี้เมื่อเปิดสถานะสัญญาแล้ว ระบบจะทำการ Mark to market Portfolio ทุกสิ้นวันทำการ ในกรณีที่ถือครองสัญญาจนสิ้นสุดอายุ ลูกค้าจะได้รับหรือชำระส่วนต่างระหว่างต้นทุนที่ถืออยู่กับราคาชำระครั้งสุดท้าย (Final Settlement Price) ถือเป็นการปิดสถานะโดยอัตโนมัติ
    
    
    3.8. วิธีการซื้อขายเบื้องต้นผ่านระบบ OneClick และ Streaming Plus
    
           3.8.1 การใช้หน้าจอการใช้งาน OneClick
           เมื่อท่านเปิดโปรแกรม OneClick ขึ้นมา จะพบหน้าจอที่จัดไว้ ดังภาพ
    
   
    หน้าจอ ส่วนที่1
    
    
    ส่วนที่1.1
: แสดงข้อมูลดัชนี SET Index, SET50 Index, SET100 Index
    

    ส่วนที่1.2
: แสดงข้อมูล Realtime News (สามารถ Double Click ที่หัวข้อข่าวเพื่อดูรายละเอียดของข่าวได้) และแสดงรายละเอียดคำสั่งของท่าน
   
    หน้าจอ ส่วนที่2 สามารถเลือกดูข้อมูลได้ทั้งหลักทรัพย์ และตราสารอนุพันธ์ (Quote)
    
    แบบ A ข้อมูลหลักทรัพย์
    
    แบบ B ข้อมูลตราสารอนุพันธ์
    
    
หน้าจอนี้จะประกอบด้วยหน้าจอย่อยๆ 4 หน้าจอซึ่งสามารถกดที่ Tab เมนูย่อย (Quote,By time, Historical, By Price) เพื่อเข้าใช้งานแต่ละหน้าจอย่อย ดังนี้
Quote
(Real time Quotation)
แสดงข้อมูลเรียลไทม์ของอนุพันธ์
By Time
(Historical by Time)
แสดงรายการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ตามลำดับเวลา
Historical
(Historical Quotation)
แสดงรายการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ตามลำดับวันทำการย้อนหลัง
By Price
(Buy/Sell Volume by Price)
แสดงรายการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ตามลำดับราคา
   
    หน้าจอ ส่วนที่3 จะแสดงพอร์ตการลงทุนและบัญชีข้อมูลซื้อขาย (Portfolio)
    
    
หน้าจอนี้ประกอบด้วยหน้าจอย่อยๆ 3 หน้าจอซึ่งสามารถกดที่ Tab เมนูย่อย (Order Status, Portfolio หรือ Total Deal Summary) เพื่อเข้าใช้งานแต่ละหน้าจอดังนี้
Order Status
สำหรับส่งคำสั่งซื้อขาย ซึ่งประกอบด้วย 2 เมนูย่อยโดยกดที่ Tab(Order หรือ Stop Order) เพื่อเข้าสู่แต่ละเมนู
Portfolio
แสดงรายการคำสั่งของท่านทั้งหมดในวันนั้น
Total Deal Summary
แสดงข้อมูลสรุปรายการซื้อขายในวัน
   
    หน้าจอ ส่วนที่4 สามารถจัดกลุ่มหลักทรัพย์/ตราสารอนุพันธ์ (My Favourite) เพื่อติดตามสภาวะตลาดที่สนใจ โดยสามารถจัดกลุ่มได้ทั้งหลักทรัพย์ ตราสารอนุพันธ์ และดัชนีหลักทรัพย์ แบ่งกลุ่มที่สนใจได้เป็น 5 กลุ่ม (Favourite 1 – Favourite 5) โดยสามารถเพิ่มรายชื่อในกลุ่มได้จากปุ่ม “Add” และลบรายชื่อในกลุ่มได้โดยเลือกรายชื่อที่ต้องการ และกดปุ่ม “Delete”

    
   
    หน้าจอ ส่วนที่5 จะใช้สำหรับส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์และอนุพันธ์ โดยเลือกที่เมนู “Trade”

    
    ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์
    
    ส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์์
    
   

    หน้าจอ ส่วนที่6 จะแสดงการซื้อขาย(Ticker) ของตราสารแบบเรียลไทม์ โดยสามารถเลือกดูได้ทั้งตลาดหลักทรัพย์ และตลาดอนุพันธ์ เลือกให้หน้าจอแสดงข้อมูลการซื้อขายเฉพาะตราสารที่ต้องการได้ โดยกดปุ่ม “Filter”

    
   
   เมนูการใช้งานเพิ่มเติม
   

    หน้าจอ Market Watch เป็นเมนูติดตามสภาวะตลาด โดยสามารถเลือกดูภาพรวมตลาดได้ทั้งตลาดหลักทรัพย์
และตลาดตราสารอนุพันธ์ (Market View)
    ตลาดหลักทรัพย์(Equity)
    
    ตลาดตราสารอนุพันธ์ (Derivatives)
    
   

    หน้าจอ Chart แสดงกราฟระหว่างวัน (Intraday Chart) ของหลักทรัพย์หรือตราสารอนุพันธ์ที่เลือก และกราฟทางเทคนิค (Technical Chart) ซึ่งสามารถเลือกกราฟตาม Indicator พร้อมเครื่องมือต่างๆ เพื่อดูแนวโน้มได้

    
   

    หน้าจอ Support Information เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เช่น News แสดงข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ

    

    3.8.2 การใช้งานหน้าจอStreaming Pro
           เมื่อท่านเปิดโปรแกรม Streaming Pro ขึ้นมา จะพบหน้าจอที่จัดไว้ ดังภาพ
    
   
    ส่วนที่ 1 สรุปภาวะตลาดอนุพันธ์ (Market Watch)
       
แสดงข้อมูลภาพรวมของตลาดอนุพันธ์ ความเคลื่อนไหวของราคาแบบเรียลไทม์ โดยแบ่งเป็น ข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายรายตัวของตราสารอนุพันธ์ (Real-time Quote) รายละเอียดของตราสารอนุพันธ์ที่สนใจ และรายการซื้อขายตราสารอนุพันธ์รายตัวที่เกิดขึ้นจริงด้านขวามือ (Ticker)

    
   
    ส่วนที่ 2 พอร์ตการลงทุน (Portfolio)
       
แสดงข้อมูลพอร์ตการลงทุนตราสารอนุพันธ์ในบัญชีที่ท่านถือครองอยู่ล่าสุด มีลักษณะการแสดง 3 แบบ
คือ 1.แบบ Settlement (ราคาที่มีการ Settlement ทุกวัน) 2.แบบ Cost (ราคาต้นทุนจริง) 3.แบบ Deal Summary (ข้อมูลสรุปการซื้อขายรายวัน) นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลสรุปกำไรขาดทุน รวมทั้งกราฟสัดส่วนของพอร์ตการลงทุน

    
   
    ส่วนที่ 3 ราคาเสนอซื้อเสนอขาย (Bid Offers)
       
แสดงข้อมูลราคาเสนอซื้อเสนอขายที่ดีที่สุด 3/5 อันดับแรก โดยมีการแสดงกราฟแท่ง% Buy/Sell และแสดง Ticker ของอนุพันธ์ ท่านสามารถเลือกดูรายการหลักทรัพย์หรือตราสารอนุพันธ์ที่ตั้งไว้ใน Favorite หรือแบบ Manual ก็ได้ โดยเลือกจาก Drop-down list ทางด้านซ้ายบน

    
   
    ส่วนที่ 4 ราคาซื้อขายล่าสุด (Ticker)
       
แสดงรายการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ ณ ขณะนั้น โดยส่วนที่ highlight จะแสดงรายการที่เกิดขึ้นล่าสุด เรียงจากซ้ายไปขวา ท่านสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ คือ 1.All (แสดงทั้งข้อมูลหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ล่าสุด) 2.Symbol (หลักทรัพย์หรืออนุพันธ์ที่สนใจ) 3.Market (แยกตลาดหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์)

    
   
    ส่วนที่ 5 ข้อมูลตราสารอนุพันธ์รายตัว (Quote)
       
แสดงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์ที่สนใจ ได้แก่ รายละเอียดต่างๆ ราคาเสนอซื้อเสนอขายที่ดีที่สุด 3 อันดับแรก รายการซื้อขาย ราคาและปริมาณการซื้อขายของตราสารอนุพันธ์นั้นๆ ซึ่งสามารถเลือกดูได้ทั้งแบบกราฟ ที่แสดงข้อมูลราคาการซื้อขาย ณ ช่วงเวลาต่างๆ ของวัน และแบบสรุปปริมาณการซื้อขาย ที่แสดงจำนวนสัญญาที่มีการ
ซื้อขาย ณ ราคาต่างๆ โดยการป้อนรายชื่อตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการทราบ

    
   
    ส่วนที่ 6 ข่าว (News)
       
แสดงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์ โดยแบ่งเป็นรายการหัวข้อข่าว ซึ่งจะบอกแหล่งที่มาของข่าว เวลา และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์

    
   
    ส่วนที่ 7 การส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Place Order)
       
แสดงข้อมูลบัญชีซื้อขาย และวงเงินในการส่งคำสั่ง ข้อมูลที่ต้องใช้ในการส่งคำสั่ง และรายละเอียดคำสั่งซื้อขายทุกคำสั่งที่ได้ป้อนเข้าสู่ระบบแล้ว รวมถึงการยกเลิกคำสั่ง การเปลี่ยนแปลงคำสั่ง และการแสดงข้อมูลคำสั่งที่ได้รับการจับคู่แล้ว

    
   
    ส่วนที่ 8 การตั้งค่า (Setting)
       
เป็นการตั้งค่าการใช้งานของตัวโปรแกรม ได้แก่ การเปลี่ยนรหัสผ่าน การตั้งค่าทั่วไป การแสดงข้อมูลที่หน้าจอ Portfolio การตั้งค่ารูปแบบหน้าจอ และแสดงรายการ Shortcut Key ต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

    


[กลับไปข้างบน]

 4. วิธีการฝากถอนหลักประกัน

   4.1 การฝากหลักประกัน
   
      การฝากเงินสด ลูกค้าสามารถฝากเงินผ่านทางบัญชีธนาคารได้ดังนี้
ธนาคาร
 
ประเภทบัญชี
สาขา
เลขที่บัญชี
# 147-3-12916-9
# 071-1-05777-3
# 001-3-47261-0
# 163-6-01977-3
   

        เมื่อลูกค้าฝากเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วให้นำส่งใบ Pay-in เข้ามาที่เจ้าหน้าที่การตลาด ก่อนเวลา 13.30 น. เมื่อทางบริษัท ได้ทำการ ตรวจสอบยอดเงินของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะสามารถทำการซื้อ-ขายได้ในช่วงตลาดเปิดตอนบ่ายในวันที่ T ทันที แต่ถ้าลูกค้าส่งใบ Pay-in มาหลังจาก 13.30 เมื่อฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถทำการซื้อขายได้ ในวันที่ T+ 1
   

      การฝากเช็ค ให้ลูกค้านำฝากเช็คเข้ามาที่ยังบริษัท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่การตลาดจะดำเนินการตามขั้นตอนของทางบริษัท เมื่อฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าก็จะสามารถทำการซื้อขายได้ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น
   

      ในการวางเงินประกันเริ่มต้น (Initial Margin) ลูกค้าจะต้องโอนเงินเข้ามาในบัญชีของบริษัท หรือจ่ายเป็นเช็คเท่านั้น ไม่อนุญาตใช้วิธีการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) โดยในกรณี ATS จะใช้ได้ต่อเมื่อลูกค้าถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม
    
   4.2 การถอนเงินประกัน
     
  ลูกค้าแจ้งความประสงค์ในการถอนเงินต่อเจ้าหน้าที่การตลาด โดยลงนามในแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด
     
 ลูกค้าสามารถถอนเงินได้ตามหลักประกันส่วนเกิน (Excess Equity : EE) คือ มูลค่า หลักประกันเทียบเท่าเงินสด (EB) ในส่วนที่เกินกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น (IM )
     
 ลูกค้าควรแจ้งถอนเงินกับเจ้าหน้าที่การตลาดก่อนเวลา 12.30 น.หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการต่อตามขั้นตอนของทางบริษัทของวันทำการ T เมื่อเรียบร้อยเจ้าหน้าการตลาดจะโทรกลับไปแจ้งหลังจากนั้นบริษัทจะชำระเงินให้กับนักลงทุนในวันทำการถัดไปที่ (T + 1)
    
 คำสั่งถอนเงินที่บริษัทได้รับหลัง 12.30 น. นักลงทุนจะได้รับในสองวันทำการถัดไป ( T + 2)


[กลับไปข้างบน]

5. การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Call Margin) และการบังคับปิดฐานะ (Force Close)

1. ณ สิ้นวันทำการ (วันที่ T)        หากพบว่าหลักประกันเทียบเท่าเงินสดของลูกค้า(EB) มีมูลค่าต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (MM) บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้
    1.งดรับคำสั่งซื้อขายของลูกค้าทันที เว้นแต่เป็นคำสั่งเพื่อปิดหรือลดฐานะการถือครองสัญญา
    2.ติดต่อแจ้งลูกค้าให้นำหลักประกันมาวางเพิ่ม โดยอาจจะเลือกใช้การโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท,จ่ายเป็นเช็ค, ตัดบัญชี ATS หรือปิดฐานะสัญญา จนทำให้มูลค่าหลักประกันเทียบเท่าเงินสด(EB) ไม่ต่ำกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น(IM)

 
กรณีที่ 1
กรณีที่ 2
วันทำการถัดไป
(T+1)
ลูกค้าได้มีการดำเนินการตามข้อกำหนด
สัญญาบางส่วน
ลูกค้าไม่ดำเนินการใดๆ ก่อนตลาดปิดทำการ
วันทำการถัดไป
(T+2)

 




 

 

 

 

 

 


บริษัทจะมีการดำเนินการตามระดับหลักประกัน
เทียบเท่าเงินสดของลูกค้า(EB) ดังนี้


ระดับ Equity Balance (EB)
การดำเนินการ
สูงกว่า IM ไม่ทำการ Force close
ยกเลิก Call Margin
สูงกว่า MM แต่ไม่เกิน IM ไม่ทำการ Force close
แต่ลูกค้าจะต้องดำเนินการ
ดังกล่าวข้างต้น ให้ EB
ขึ้นมาจนถึงระดับ IM
สูงกว่า FM แต่ไม่เกิน MM ลูกค้าจะโดน Call Margin
อีกครั้งจนกว่าลูกค้าจะ
ดำเนินการดังกล่าวข้างต้น
ให้ EB ขึ้นมาจนถึงระดับ IM
ต่ำกว่า FM ลูกค้าจะโดนบังคับปิดสถานะ
(Force close) บางส่วน
หรือทั้งหมดจนกว่าระดับ EB
ขึ้นมาจนถึงระดับ IM

ถ้าลูกค้าไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดสัญญา
ให้เสร็จสิ้นก่อน 9.45 น. ทางบริษัท
จะดำเนินการบังคับปิดฐานะ (Force close)
ของลูกค้าบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทันที
ถึงแม้มูลค่าหลักประกันเทียบเท่าเงินสด(EB) กลับขึ้นมาสูงกว่าระดับหลักประกันเริ่มต้น(IM)
แล้วก็ตาม

 

 

 

 

 

 

วันที่ T+3 หรือ
T+X

 

 

 

 


หากในวันที่ T+3 หรือวันที่ T+X
ระดับหลักประกันเทียบเท่าเงินสดของ
ลูกค้า (EB) มีมูลค่าต่ำกว่าระดับ
หลักประกันรักษาสภาพ (MM) อีกครั้ง
แม้จะไม่ถึงระดับ FM ลูกค้าจะถูกเรียก
Call Margin อีกครั้ง ถ้าหากลูกค้า ไม่ดำเนินการ
ฝากหลักประกันเพิ่ม ก่อน 9.45 น. เพื่อให้
หลักประกันเทียบเท่าเงินสด(EB) ไม่ต่ำกว่า
หลักประกันเริ่มต้น (IM) บริษัท
จะดำเนินการปิดสถานะ(Force close)
ของลูกค้า บางส่วนหรือทั้งหมดได้ทันที
 

2.   กรณีที่หลักประกันเทียบเท่าเงินสดของลูกค้า (EB) ลดลงอย่างรวดเร็ว จนต่ำกว่าระดับหลักประกันปิดฐานะระหว่างวัน (Intraday Force Close Margin) ลูกค้าต้องวางหลักประกันเพิ่ม ไม่ต่ำกว่า หลักประกันรักษาสภาพ (MM) ทันทีภายใน 1 ช.ม. ที่เรียก มิฉะนั้นบริษัทอาจจะดำเนินการบังคับปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทันที

3.   ในการบังคับปิดฐานะสัญญา บริษัทจะดำเนินการปิดสัญญาที่มีมูลค่าลดลงจากต้นทุนมากที่สุดก่อน เรียงขึ้นมาตามลำดับ หรืออาจปิดสัญญาของ Series ที่มีจำนวนมากที่สุดก่อนก็ได้ ยกเว้นแต่ลูกค้าจะมีคำสั่งให้ปิดสัญญาอื่นใดในบัญชี จนกว่าจะมีผลให้หลักประกันในบัญชีไม่ต่ำกว่ามูลค่าที่ลูกค้าถูกเรียก Call Margin

 

[กลับไปข้างบน]

 6. ดอกเบี้ย

        
บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนต่อเงินคงเหลือสุทธิของลูกค้าในอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด ทั้งนี้เงินคงเหลือสุทธิ คำนวณจากจำนวนเงินของลูกค้าที่มีอยู่กับบริษัทโดยรวมกำไรขาดทุนจากการซื้อขาย กำไรขาดทุนจากการ Mark to Market ของสัญญา SET50 Index Futures และค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ซึ่งรวมเรียกว่า Equity Balance โดยกระทบยอดบัญชีของลูกค้าในวันที่ T+1 ปัจจุบันอยู่ที่ 0.25% ต่อปี ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552

[กลับไปข้างบน]